ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ
Symfy Cloud ERP (Software as a Service)
วันที่มีผล: 28 กันยายน 2026เวอร์ชัน: 2026-09-28
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| ผู้ให้บริการ | บริษัท ซีเอ็นวายคอร์ปอเรชั่น จำกัด |
| เลขทะเบียนนิติบุคคล | 0935558000211 |
| ที่อยู่ | 541/1-3 หมู่ 1 ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง 93160 ประเทศไทย |
| ช่องทางติดต่อ | [email protected] |
| เว็บไซต์สมัครบริการ | www.symfy.co |
| บริการ | Symfy Cloud ERP และบริการที่เกี่ยวเนื่อง |
ข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้เป็นข้อตกลงระหว่าง บริษัท ซีเอ็นวายคอร์ปอเรชั่น จำกัด (“บริษัท”, “เรา”, “ผู้ให้บริการ”) กับท่าน (“ลูกค้า”, “ผู้ใช้”) ซึ่งมีผลผูกพันตามกฎหมาย เมื่อท่านสมัคร เปิดบัญชี เข้าถึง หรือใช้งานบริการ ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ถือว่าท่านได้อ่าน เข้าใจ และยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้แล้ว หากท่านไม่ยอมรับ กรุณาหยุดใช้งาน
ฉบับนี้อธิบายการรับชำระเงินแบบผูกบัตรและเรียกเก็บอัตโนมัติ ข้อ 8 ถึง 14 เป็นหน้าที่ที่ไม่มีอยู่ในฉบับก่อน ขอให้ท่านอ่านส่วนนี้
เอกสารฉบับนี้เผยแพร่สองภาษา ไทยและอังกฤษ โดยฉบับภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ ฉบับภาษาอังกฤษจัดทำไว้เพื่อความสะดวกในการอ่าน หากข้อความสองฉบับขัดแย้งกัน ให้ยึดฉบับภาษาไทย
1. คำนิยาม
เพื่อความชัดเจน ให้คำต่อไปนี้มีความหมายดังนี้
- “บัญชีผู้ใช้” หมายถึง บัญชีที่ลูกค้าหรือผู้ใช้ในองค์กรลูกค้า สร้างขึ้นเพื่อเข้าใช้บริการ
- “ข้อมูลลูกค้า” หมายถึง ข้อมูล เอกสาร รายการ ธุรกรรม ไฟล์ หรือข้อมูลใด ๆ ที่ลูกค้าหรือผู้ใช้ภายใต้บัญชีของลูกค้าป้อน อัปโหลด เชื่อมต่อ หรือสร้างขึ้นบนบริการ รวมถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่อยู่ภายในข้อมูลดังกล่าว
- “ผู้ใช้ปลายทาง” หมายถึง บุคคลใด ๆ ที่ได้รับสิทธิจากลูกค้า ในการเข้าถึงหรือใช้งานบริการภายใต้บัญชีลูกค้า
- “แพ็กเกจ/แผนบริการ” หมายถึง แผนการใช้บริการแบบรายรอบบิล รายเดือน รายปี หรือรูปแบบอื่นใดตามที่บริษัทกำหนดและแสดงบนเว็บไซต์ ระบบ หรือใบเสนอราคา
- “ค่าบริการ” หมายถึง ค่าบริการประจำ และค่าบริการอื่น รวมถึงค่าบริการผันแปรตามการใช้งานจริง
- “รอบบิล” หมายถึง รอบระยะเวลาการคิดค่าบริการตามข้อ 6
- “บริการแบบมีค่าใช้จ่าย” หมายถึง แผน โมดูล บริการเสริม หรือบริการใดที่มีราคามากกว่าศูนย์ และกำลังมีผลใช้งานอยู่บนบัญชีของลูกค้า
- “บัตรที่ใช้เรียกเก็บได้” หมายถึง บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ที่ลูกค้าผูกไว้กับระบบ ซึ่งอยู่ในสถานะใช้งานได้ และผู้ให้บริการรับชำระเงินสามารถเรียกเก็บได้โดยลูกค้าไม่ต้องอยู่หน้าจอ
- “สัญญาผูกพันระยะเวลา” หมายถึง แผนที่ลูกค้าตกลงใช้บริการ ตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อรับราคาพิเศษตามเงื่อนไขที่กำหนด
- “วันสิ้นสุดบริการ” หมายถึง วันที่สิทธิการใช้บริการ แบบมีค่าใช้จ่ายสิ้นสุดลงจริง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นวันเดียวกับวันที่ลูกค้าแจ้งยกเลิก
2. การทำสัญญาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
2.1 ลูกค้ายอมรับว่า การสมัคร การคลิกยอมรับ การชำระเงิน การยืนยันผ่านระบบ และ/หรือการใช้งานบริการ ถือเป็นการทำสัญญาและการแสดงเจตนาในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ ที่มีผลผูกพันตามกฎหมาย
2.2 บันทึกอิเล็กทรอนิกส์ของบริษัท รวมถึงบันทึกการสมัคร บันทึกการใช้งาน รายการบิล ประวัติการชำระเงิน และบันทึกการให้ความยินยอมให้เรียกเก็บเงินจากบัตร ให้ถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญและมีผลใช้บังคับได้ เว้นแต่พิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น
3. ขอบเขตบริการ
3.1 Symfy Cloud ERP เป็นบริการซอฟต์แวร์แบบ SaaS ให้สิทธิใช้งานผ่านอินเทอร์เน็ต ตามแพ็กเกจที่ลูกค้าเลือก
3.2 ฟีเจอร์ โมดูล ขีดจำกัดการใช้งาน (เช่น จำนวนผู้ใช้ สาขา เอกสาร พื้นที่จัดเก็บ การเชื่อมต่อ) เป็นไปตามรายละเอียดที่แสดงในระบบ เว็บไซต์ ใบเสนอราคา หรือเอกสารยืนยันการสั่งซื้อของบริษัท
3.3 บริษัทอาจปรับปรุง เปลี่ยนแปลง เพิ่มหรือลดฟีเจอร์บางส่วนเพื่อประสิทธิภาพ ความปลอดภัย หรือการพัฒนาผลิตภัณฑ์ โดยบริษัทจะใช้ความพยายามตามสมควรในการแจ้งให้ทราบ หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีสาระสำคัญ
4. การสมัครและบัญชีผู้ใช้
4.1 ลูกค้าสามารถสมัครใช้บริการได้ ผ่านหน้าเว็บไซต์ www.symfy.co เท่านั้น
4.2 ลูกค้ารับรองว่าข้อมูลที่ให้แก่บริษัทเป็นความจริง ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน หากข้อมูลไม่ถูกต้อง บริษัทมีสิทธิปฏิเสธ ระงับ หรือยกเลิกการให้บริการได้
4.3 ลูกค้าต้องรักษาความลับของข้อมูลบัญชี เช่น ชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน โทเคน API และรับผิดชอบต่อการใช้งานทั้งหมดภายใต้บัญชีของตน
4.4 หากสงสัยว่ามีการเข้าถึงโดยมิชอบ ลูกค้าต้องแจ้งบริษัททันที และดำเนินการที่จำเป็นเพื่อป้องกันความเสียหาย เช่น เปลี่ยนรหัสผ่านหรือเพิกถอนสิทธิผู้ใช้
5. ไม่มีการทดลองใช้ฟรี
5.1 บริการนี้ ไม่มีการทดลองใช้ฟรี
5.2 ลูกค้ายอมรับว่า บริษัทให้บริการโดยคิดค่าบริการตามรอบบิลและ/หรือการใช้งานจริง ซึ่งรายละเอียดจะแสดงในระบบและหน้า Billing
6. รอบบิลและการคิดค่าบริการ
6.1 รอบบิลมาตรฐาน ของบริการคือ ตั้งแต่วันที่ 26 ของเดือนปัจจุบัน ถึงวันที่ 25 ของเดือนถัดไป
6.2 ค่าบริการประจำรอบบิลจะคิดตามแผนบริการหรือแพ็กเกจที่ลูกค้าเลือก และตามรายละเอียดที่แสดงในระบบ เว็บไซต์ หรือใบเสนอราคา
6.3 กรณีลูกค้ามีการเปลี่ยนแผนบริการ เพิ่มหรือลดสิทธิการใช้งาน หรือเพิ่มบริการเสริมระหว่างรอบบิล บริษัทอาจคำนวณค่าบริการแบบปรับตามสัดส่วน (proration) หรือวิธีอื่นตามที่แสดงในระบบ
6.4 ราคาค่าบริการและเงื่อนไขอาจแตกต่างตาม
- แพ็กเกจ
- จำนวนผู้ใช้ สาขา หรือโมดูล
- ปริมาณการใช้งาน
- เงื่อนไขทางการค้า โปรโมชัน หรือส่วนลด
ซึ่งบริษัทจะแสดงให้ลูกค้าทราบผ่านช่องทางที่เหมาะสม
6.5 ยอดที่จะถูกเรียกเก็บในแต่ละรอบบิลคือยอดรวมที่แสดงบนบิลของรอบนั้นในหน้า Billing ซึ่งประกอบด้วยค่าบริการประจำ ค่าบริการผันแปรที่เกิดขึ้นแล้ว ภาษีที่เกี่ยวข้อง และส่วนลดหรือเครดิตที่ใช้กับรอบนั้น หน้า Billing เป็นแหล่งอ้างอิงของยอดที่จะเรียกเก็บ
7. ค่าบริการผันแปรตามการใช้งานจริง
7.1 ลูกค้ายอมรับว่าบริการบางประเภทอาจมีค่าบริการผันแปรตามการใช้งานจริง เช่น SMS และอีเมล หรือบริการที่มีต้นทุนตามจำนวนครั้ง จำนวนรายการ หรือปริมาณการใช้งาน
7.2 บริษัทจะแสดงอัตรา รายละเอียดการคิดค่าใช้จ่าย และยอดที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจนในหน้า Billing ภายในระบบ
7.3 ลูกค้ามีหน้าที่ตรวจสอบรายการค่าใช้จ่ายในหน้า Billing และรับผิดชอบต่อค่าใช้จ่ายที่เกิดจากการใช้งานภายใต้บัญชีของตนทั้งหมด
7.4 เว้นแต่กฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น ลูกค้ายอมรับว่าค่าบริการผันแปรที่เกิดขึ้นแล้วเป็นหนี้ถึงกำหนดชำระ และบริษัทมีสิทธิเรียกเก็บตามรอบหรือวิธีที่ระบบกำหนด
8. วิธีการชำระเงินและการผูกบัตร
8.1 บริษัทใช้ บริษัท สไตรพ์ เพย์เม้นส์ (ประเทศไทย) จำกัด (“Stripe”) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรับชำระเงินภายนอก ในการประมวลผลการชำระเงิน การผูกบัตร และการเรียกเก็บค่าบริการ การชำระเงินอยู่ภายใต้ข้อกำหนดของ Stripe ประกอบกับข้อกำหนดฉบับนี้ ทั้งนี้ บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความขัดข้องที่เกิดจากระบบของผู้ให้บริการดังกล่าว ซึ่งอยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท
8.2 ลูกค้ายินยอมให้บริษัทเปิดเผยและส่งต่อข้อมูลที่จำเป็นแก่ Stripeเพื่อวัตถุประสงค์ในการเรียกเก็บเงิน ตรวจสอบการชำระเงิน ป้องกันการทุจริต และการปฏิบัติตามกฎหมาย รายละเอียดว่าข้อมูลการชำระเงินถูกจัดการอย่างไร และสิ่งใดที่บริษัทเก็บเองเทียบกับสิ่งใดที่ Stripe เป็นผู้เก็บ อยู่ใน นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
8.3 บัตรเป็นช่องทางการชำระเงินของบริการแบบมีค่าใช้จ่าย ตลอดเวลาที่ลูกค้ามีบริการแบบมีค่าใช้จ่ายที่ยังมีผลใช้งานอยู่ ลูกค้าต้องมีบัตรที่ใช้เรียกเก็บได้อย่างน้อยหนึ่งใบ ผูกไว้กับบัญชีของตน
8.4 บริษัทอาจเปิดช่องทางชำระเงินอื่นเป็นครั้งคราวสำหรับการชำระแบบครั้งเดียว ตามที่แสดงในระบบ ทั้งนี้ ช่องทางที่ไม่สามารถเรียกเก็บซ้ำได้ โดยลูกค้าไม่ต้องอยู่หน้าจอ จะไม่ถูกใช้เป็นช่องทางเรียกเก็บประจำของบริการแบบมีค่าใช้จ่าย
8.5 บริษัทไม่ได้รับและไม่จัดเก็บหมายเลขบัตรเต็มและรหัสความปลอดภัยหลังบัตรของลูกค้า บัตรถูกผูกไว้ที่ Stripe และบริษัทเก็บเพียงตัวอ้างอิงถึงบัตรที่ผูกไว้ พร้อมข้อมูลเท่าที่จำเป็นให้ลูกค้าแยกแยะบัตรของตนได้ เช่น ประเภทบัตร เลขสี่ตัวท้าย และเดือนปีที่บัตรหมดอายุ
9. การมอบอำนาจให้เรียกเก็บเงินในอนาคต
ข้อนี้คือฐานอำนาจที่บริษัทใช้เรียกเก็บเงินจากบัตรของลูกค้า
9.1 เมื่อลูกค้าผูกบัตร ยืนยันการชำระเงิน หรือเริ่มหรือใช้บริการแบบมีค่าใช้จ่ายต่อไป ลูกค้ามอบอำนาจให้บริษัทและ Stripe เรียกเก็บเงินจากบัตรใบนั้น สำหรับยอดที่ถึงกำหนดชำระในขณะนั้น และสำหรับยอดที่จะถึงกำหนดชำระในอนาคตตามข้อกำหนดฉบับนี้ จนกว่าลูกค้าจะถอนการมอบอำนาจตามข้อ 11
9.2 ลูกค้ารับทราบและตกลงว่าการเรียกเก็บดังกล่าวจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามจังหวะที่กำหนดโดยรอบบิลและกระบวนการออกบิลของบริษัท รวมถึงในเวลาที่ลูกค้าไม่ได้อยู่บนหน้าเว็บไซต์หรือในแอปพลิเคชันในขณะนั้น โดยจะไม่มีการขอคำยืนยันเป็นรายครั้ง
9.3 ไม่มีสวิตช์เปิดหรือปิดการเรียกเก็บเงินอัตโนมัติ การมีบริการแบบมีค่าใช้จ่ายที่ยังใช้งานอยู่คือการมอบอำนาจให้เรียกเก็บค่าบริการนั้นในตัวเอง การเรียกเก็บอัตโนมัติไม่ใช่การตั้งค่าที่ลูกค้าปิดได้ ในขณะที่ยังมีบริการแบบมีค่าใช้จ่ายอยู่
9.4 ยอดของการเรียกเก็บแต่ละครั้งคือยอดที่ถึงกำหนดชำระของบิลที่เกี่ยวข้อง ตามที่แสดงในหน้า Billing (ข้อ 6.5) กรณีสัญญาผูกพันระยะเวลาสิ้นสุดก่อนกำหนดตามข้อ 15 ยอดที่เรียกเก็บอาจรวมค่าบริการคงเหลือของสัญญานั้นด้วย
9.5 บริษัทจะบันทึกการเรียกเก็บและความพยายามเรียกเก็บทุกครั้ง และแสดงบันทึกดังกล่าวให้ลูกค้าดูได้ในหน้า Billing พร้อมแจ้งผลให้ลูกค้าทราบผ่านอีเมลที่ลงทะเบียนไว้และการแจ้งเตือนภายในระบบ
9.6 ลูกค้าถอนการมอบอำนาจได้โดยยุติบริการแบบมีค่าใช้จ่ายตามข้อ 14 แล้วจึงลบบัตรตามข้อ 11 การถอนการมอบอำนาจไม่ทำให้ยอดที่ถึงกำหนดชำระแล้วระงับไป
10. การตรวจความพร้อมก่อนทำรายการที่มีค่าใช้จ่าย
10.1 ก่อนที่ลูกค้าจะทำรายการที่ทำให้เกิดหรือเพิ่มค่าใช้จ่าย เช่น เปลี่ยนจากแผนแบบไม่มี ค่าใช้จ่ายไปเป็นบริการแบบมีค่าใช้จ่าย เพิ่มโมดูลหรือบริการเสริมที่มีราคา เพิ่มสิทธิการใช้งาน หรือรับสัญญาผูกพันระยะเวลา ระบบจะตรวจว่าบัญชีของลูกค้าพร้อมให้เรียกเก็บเงินหรือไม่
10.2 หากผลการตรวจพบว่าลูกค้าไม่มีบัตรที่ใช้เรียกเก็บได้ หรือบัตรที่ผูกไว้ไม่สามารถเรียกเก็บได้ รายการนั้นจะยังไม่ดำเนินการต่อ จนกว่าลูกค้าจะผูกบัตรที่เรียกเก็บได้ โดยระบบจะแจ้งว่าขาดอะไรและลูกค้าต้องทำอะไร
10.3 กรณีบริษัทตรวจสอบไม่ได้ในขณะนั้น รายการอาจไม่ดำเนินการต่อด้วยเหตุนั้น ซึ่งไม่ใช่การตัดสินว่าลูกค้าไม่ผ่านเงื่อนไข และลูกค้าลองทำรายการใหม่ได้
10.4 ผลการตรวจความพร้อมเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่ใบอนุญาตให้เรียกเก็บเงิน และไม่ใช่การรับประกันผลของรายการในภายหลัง บริษัทจะตรวจเงื่อนไขซ้ำเมื่อทำรายการจริงเสมอ
11. การเพิ่ม เปลี่ยน และลบบัตร
11.1 ลูกค้าผูกบัตรได้มากกว่าหนึ่งใบ และเลือกได้ว่าจะให้เรียกเก็บจากบัตรใบไหนก่อน หากบัตรใบแรกเรียกเก็บไม่สำเร็จ บริษัทอาจลองเรียกเก็บจากบัตรใบอื่นที่ผูกไว้สำหรับบิลเดียวกัน
11.2 ลูกค้ามีหน้าที่ดูแลให้มีบัตรที่ใช้เรียกเก็บได้อยู่บนบัญชีของตน รวมถึงเปลี่ยนบัตรที่หมดอายุ ถูกยกเลิก หรือถูกออกใหม่ บริษัทไม่รับผิดชอบต่อผลของการเรียกเก็บไม่สำเร็จที่เกิดจากข้อมูลบัตรของลูกค้าไม่เป็นปัจจุบัน
11.3 ขณะที่ลูกค้ามีบริการแบบมีค่าใช้จ่ายที่ยังใช้งานอยู่ ลูกค้าจะลบบัตรที่ใช้เรียกเก็บได้ ใบสุดท้ายออกไม่ได้ การพยายามลบจะไม่สำเร็จ และระบบจะแจ้งเหตุผลให้ทราบ ลูกค้าลบบัตรใบใดก็ได้เมื่อใดก็ได้ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องยังเหลือบัตรที่ใช้เรียกเก็บได้อย่างน้อยหนึ่งใบบนบัญชี
11.4 หากลูกค้าลบบัตรที่ตั้งให้เรียกเก็บก่อน และยังเหลือบัตรที่ใช้ได้ใบอื่น บริษัทอาจตั้งบัตรใบอื่นที่ลูกค้าผูกไว้ขึ้นมาแทน
11.5 หากลูกค้าต้องการลบบัตรทั้งหมด ลูกค้าต้องยุติบริการแบบมีค่าใช้จ่ายตามข้อ 14 และรอจนพ้นวันสิ้นสุดบริการ หากลูกค้าประสงค์จะเลิกใช้บัตรก่อนหน้านั้น หรือไม่สามารถผูกบัตรไว้กับระบบได้ ขอให้ติดต่อบริษัทตามข้อ 30 เพื่อให้บริษัทพิจารณาแนวทางอื่น ซึ่งอาจรวมถึงการจัดรูปแบบการชำระเงินที่ต่างไป สำหรับลูกค้าประเภทองค์กร
12. การเรียกเก็บเงินไม่สำเร็จและการลองใหม่
12.1 กรณีการเรียกเก็บเงินไม่สำเร็จ ถูกปฏิเสธ หรือทำรายการไม่สมบูรณ์ บริษัทอาจเรียกเก็บซ้ำ แจ้งให้ลูกค้าชำระด้วยวิธีอื่น และ/หรือจำกัดการใช้งานบางส่วนหรือทั้งหมดจนกว่าจะชำระสำเร็จ
12.2 บริษัทแยกความล้มเหลวที่หายเองได้ตามเวลา ออกจากความล้มเหลวที่ต้องให้ลูกค้าลงมือ
| ลักษณะความล้มเหลว | สิ่งที่บริษัททำ |
|---|---|
| ชั่วคราว เช่น ยอดเงินในบัตรไม่พอ ธนาคารผู้ออกบัตรติดต่อไม่ได้ในขณะนั้น หรือระบบขัดข้องชั่วคราว | ระบบจะลองเรียกเก็บใหม่ให้เอง ลูกค้าไม่ต้องดำเนินการใด ๆ แต่การเติมเงินเข้าบัญชีบัตรหรือเปลี่ยนบัตรหลักจะทำให้จบเร็วขึ้น |
| ต้องให้ลูกค้าลงมือ เช่น บัตรหมดอายุ บัตรถูกยกเลิกหรืออายัด ข้อมูลบัตรไม่ถูกต้อง หรือธนาคารต้องการให้ลูกค้ายืนยัน | ระบบจะหยุดลองใหม่แล้วแจ้งว่าลูกค้าต้องทำอะไร เพราะการลองซ้ำกับบัตรที่ไม่มีทางผ่านไม่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า |
12.3 สำหรับบิลหนึ่งใบ บริษัทจะพยายามเรียกเก็บไม่เกิน 10 ครั้ง โดยความพยายามช่วงแรกจะเกิดในเวลาใกล้กันเพื่อรองรับความขัดข้องชั่วขณะ และที่เหลือจะกระจายออกไปอย่างมากวันละหนึ่งครั้ง เพื่อรองรับกรณีเช่นยอดเงินไม่พอซึ่งหายเองได้เมื่อเงินเข้า
12.4 บริษัทบันทึกความพยายามทุกครั้งไม่ว่าสำเร็จหรือไม่ พร้อมเหตุผลของความล้มเหลว และแสดงบันทึกดังกล่าวให้ลูกค้าดูได้
12.5 การที่บริษัทได้พยายามเรียกเก็บ หรือหยุดพยายามเรียกเก็บ ไม่ทำให้หนี้ระงับไป ยอดที่ถึงกำหนดชำระยังคงเป็นหนี้จนกว่าจะชำระครบ
13. การค้างชำระ การจำกัดการใช้งาน และการสิ้นสุดบริการ
13.1 บิลที่พ้นกำหนดชำระแล้วแต่ยังไม่ได้ชำระถือเป็น บิลค้างชำระ การติดป้ายว่าค้างชำระเป็นการบอกข้อเท็จจริงทางการเงิน บริษัทยังคงพยายามเรียกเก็บบิลค้างชำระเช่นเดียวกับบิลที่ยังไม่ถึงกำหนด
13.2 กรณีที่ยังมียอดค้างชำระอยู่ บริษัทอาจดำเนินการเป็นขั้น ดังนี้
- จำกัดการใช้งาน — เมื่อยอดค้างชำระเกินจำนวนวันที่บริษัทกำหนด และแสดงไว้ในระบบ การเข้าใช้บริการบางส่วนหรือทั้งหมดของลูกค้าอาจถูกจำกัด โดยบริษัทจะแจ้งเหตุผลของการจำกัดให้ทราบ
- ตั้งกำหนดสิ้นสุดบริการ — เมื่อยอดยังค้างชำระเกินระยะเวลาต่อไป ที่บริษัทกำหนดและแสดงไว้ในระบบ บริษัทอาจตั้งกำหนดการสิ้นสุดบริการของลูกค้า ทั้งนี้ การสิ้นสุดบริการมีผลเมื่อถึงวันที่กำหนดไว้ ไม่ใช่มีผลทันที
13.3 ระยะเวลาตามข้อ 13.2 เป็นระยะเวลาที่บริษัทกำหนด อาจแตกต่างกันในลูกค้าแต่ละรายตามที่ตกลง และแสดงไว้ในระบบ บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนที่การจำกัดการใช้งานหรือกำหนดสิ้นสุดบริการจะมีผล
13.4 หากลูกค้าชำระยอดค้างครบถ้วนก่อนถึงวันที่กำหนดสิ้นสุดบริการ บริษัทจะถอนกำหนดสิ้นสุดบริการนั้นและคืนสิทธิการเข้าใช้งานให้
13.5 การจำกัดการใช้งานหรือการสิ้นสุดบริการเพราะการค้างชำระ ไม่ทำให้ยอดที่ถึงกำหนดชำระแล้วระงับไป และไม่ทำให้ลูกค้ามีสิทธิได้รับเครดิตบริการตาม นโยบายการคืนเงินและข้อตกลงระดับการให้บริการ
14. การเปลี่ยนแผน ลดแผน และการยกเลิก
14.1 การเปลี่ยนเป็นแผนที่สูงขึ้นและการเพิ่มบริการ — การเปลี่ยนไปใช้แผน ที่สูงขึ้น หรือการเพิ่มโมดูล บริการเสริม หรือสิทธิการใช้งาน มีผลเมื่อทำรายการสำเร็จในระบบ ภายใต้การตรวจความพร้อมตามข้อ 10 และคิดค่าบริการตามข้อ 6.3 นับจากวันนั้น
14.2 การลดแผนและการลดสิทธิ — เว้นแต่ระบบระบุเป็นอย่างอื่น การลดแผนหรือลดสิทธิมีผลเมื่อสิ้นรอบบิลที่ลูกค้าแจ้ง ลูกค้ายังได้ใช้สิทธิที่ชำระเงินไว้แล้วจนถึงเวลานั้น
14.3 การยกเลิก — การแจ้งยกเลิกเป็นการบันทึกวันที่บริการจะสิ้นสุด เว้นแต่ระบบระบุเป็นอย่างอื่น สิทธิการใช้บริการของลูกค้าจะมีอยู่ต่อไปจนถึงวันสิ้นสุดบริการ ซึ่งคือวันสิ้นสุดของระยะเวลาที่ลูกค้าชำระเงินไว้แล้ว หรือกรณีมีสัญญาผูกพันระยะเวลา คือวันสิ้นสุดของสัญญานั้นตามข้อ 15
14.4 หน้าที่เรื่องบัตรที่ใช้เรียกเก็บได้ตามข้อ 8.3 และ 11.3 ยังคงมีอยู่จนพ้นวันสิ้นสุดบริการ แม้ลูกค้าจะแจ้งลดแผนหรือยกเลิกไปแล้ว เพราะยังอาจมียอดที่ถึงกำหนดชำระสำหรับระยะเวลาที่เหลืออยู่ เมื่อพ้นวันสิ้นสุดบริการและไม่มียอดค้างชำระแล้ว ลูกค้าลบบัตรทั้งหมดได้
14.5 ระบบจะแสดงวันที่มีผลของการเปลี่ยนแปลงแต่ละครั้งให้ลูกค้าเห็นก่อนยืนยัน และบันทึกไว้ภายหลัง กรณีวันที่ที่แสดงในระบบไม่ตรงกับวันที่ในใบเสนอราคา หรือเอกสารยืนยันคำสั่งซื้อ ให้ยึดเอกสารที่คู่สัญญาลงนาม
15. แผนแบบผูกพันระยะเวลา
15.1 บริษัทอาจเสนอแผนแบบ ผูกพันระยะเวลา โดยลูกค้าตกลงใช้บริการตามระยะเวลาที่กำหนดเพื่อรับราคาพิเศษหรือส่วนลด
15.2 การรับสัญญาผูกพันระยะเวลาต้องผ่านการตรวจความพร้อมตามข้อ 10 และลูกค้าต้องมีบัตรที่ใช้เรียกเก็บได้ผูกไว้ตลอดระยะเวลาของสัญญา ขณะที่สัญญายังมีผล เงื่อนไขตามข้อ 11.3 มีผลใช้บังคับ ไม่ว่าราคาของแผนที่ลูกค้าใช้อยู่ในขณะนั้นจะเป็นเท่าใด
15.3 หากลูกค้ายกเลิกก่อนครบกำหนดสัญญา ลูกค้ายอมรับและตกลงว่า
- ลูกค้าต้องชำระค่าบริการคงเหลือเต็มจำนวนสำหรับระยะเวลาสัญญาที่เหลืออยู่ ไม่ว่าลูกค้าจะใช้งานจริงต่อไปหรือไม่ และ
- สิทธิการใช้งานยังคงใช้งานได้ต่อจนครบระยะเวลาสัญญา ภายหลังชำระค่าบริการคงเหลือครบถ้วนแล้ว
15.4 บริษัทอาจเรียกเก็บยอดตามข้อ 15.3 จากบัตรของลูกค้าภายใต้การมอบอำนาจตามข้อ 9 เนื่องจากยอดดังกล่าวอาจสูงกว่ายอดของรอบบิลปกติอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจะแจ้งยอดและวันที่จะเรียกเก็บให้ลูกค้าทราบก่อนดำเนินการ
15.5 รายละเอียดระยะเวลาสัญญา ส่วนลด วิธีคำนวณยอดคงเหลือ และเงื่อนไขอื่น ให้เป็นไปตามที่แสดงในระบบ ใบเสนอราคา หรือเอกสารยืนยันคำสั่งซื้อ ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้
16. ภาษีและเอกสารทางภาษี
16.1 ค่าบริการที่แสดงอาจเป็นราคาที่ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มหรือภาษีอื่นใด เว้นแต่ระบุเป็นอย่างอื่น
16.2 บริษัทจะออกเอกสารภาษีตามที่กฎหมายกำหนดและตามข้อมูลที่ลูกค้าให้แก่บริษัท กรณีกฎหมายกำหนดให้ลูกค้าต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ระบบจะบันทึกยอดหักไว้กับบิลที่เกี่ยวข้อง และยอดที่เรียกเก็บจากบัตรจะถูกปรับตามนั้น
17. การคืนเงินและเครดิตบริการ
17.1 การคืนเงิน เครดิต หรือการยกเลิกการเรียกเก็บเงิน ให้เป็นไปตาม นโยบายการคืนเงินและข้อตกลงระดับการให้บริการ ที่ประกาศบนเว็บไซต์ ซึ่งให้ถือเป็นส่วนหนึ่งของข้อกำหนดนี้
17.2 เว้นแต่ระบุไว้ในนโยบายดังกล่าวหรือกฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น ค่าบริการประจำ และค่าบริการผันแปรที่เกิดขึ้นแล้ว อาจไม่สามารถขอคืนได้
17.3 กรณีที่บริษัทอนุมัติการคืนเงิน บริษัทจะคืนเงินผ่านช่องทางเดิมที่รับชำระ กล่าวคือคืนเข้าบัตรใบที่ถูกเรียกเก็บ
18. ข้อมูลลูกค้าและความเป็นส่วนตัว
18.1 ลูกค้ายังคงเป็นเจ้าของข้อมูลลูกค้า และรับรองว่ามีสิทธิในการใช้และนำเข้าข้อมูลดังกล่าว
18.2 บริษัทจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตาม นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมาตรการความปลอดภัยของบริษัท
18.3 ลูกค้ารับผิดชอบในการแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทราบและขอความยินยอมที่จำเป็น ถ้ามี รวมถึงการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เกี่ยวข้อง
18.4 บริษัทอาจใช้ผู้ให้บริการภายนอก เช่น โฮสติ้ง อีเมล SMS และการรับชำระเงิน เพื่อให้บริการ โดยบริษัทจะใช้ความพยายามตามสมควรในการคัดเลือกผู้ให้บริการที่เหมาะสม
19. ความปลอดภัยและข้อห้ามในการใช้งาน
19.1 ลูกค้าตกลงจะไม่กระทำการใด ๆ ที่อาจกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของบริการ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
- เจาะระบบ สแกนช่องโหว่ รบกวนการทำงานของระบบ
- แพร่มัลแวร์ ไวรัส หรือโค้ดอันตราย
- เข้าถึงข้อมูลของบุคคลอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
19.2 บริษัทมีสิทธิระงับการเข้าถึงทันที หากพบพฤติการณ์ที่เสี่ยงต่อความปลอดภัยของระบบ หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือผู้ใช้รายอื่น
20. ทรัพย์สินทางปัญญา
20.1 ซอฟต์แวร์ Symfy Cloud ERP รวมถึงโค้ด ระบบ อินเทอร์เฟซ ดีไซน์ โลโก้ เอกสารประกอบ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทหรือผู้อนุญาตให้ใช้สิทธิ
20.2 ลูกค้าได้รับเพียงสิทธิการใช้งานแบบไม่โอนสิทธิและไม่ให้ช่วงต่อ ตามแผนบริการและระยะเวลาที่ชำระค่าบริการเท่านั้น
20.3 ลูกค้าตกลงว่าจะไม่คัดลอก ดัดแปลง ทำวิศวกรรมย้อนกลับ หรือสร้างงานดัดแปลงจากบริการ เว้นแต่กฎหมายอนุญาตโดยชัดแจ้ง
21. การให้บริการ การบำรุงรักษา และเหตุสุดวิสัย
21.1 บริษัทจะพยายามให้บริการอย่างต่อเนื่องตามสมควร แต่ไม่รับประกันว่าบริการจะปราศจากข้อผิดพลาดหรือหยุดชะงัก
21.2 บริษัทอาจมีการปิดปรับปรุงระบบเป็นครั้งคราว และจะแจ้งล่วงหน้าเมื่อเป็นไปได้
21.3 บริษัทไม่รับผิดจากความล่าช้าหรือการไม่สามารถให้บริการได้ อันเกิดจากเหตุสุดวิสัย เช่น ภัยพิบัติ ไฟไหม้ น้ำท่วม สงคราม จลาจล การโจมตีทางไซเบอร์ขนาดใหญ่ การขัดข้องของโครงข่ายอินเทอร์เน็ต หรือเหตุอื่นใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของบริษัท
22. การระงับ การยกเลิก และผลภายหลังการยุติ
22.1 บริษัทมีสิทธิระงับหรือยกเลิกบริการหรือบัญชี หากลูกค้า
- ค้างชำระค่าบริการเกินระยะเวลาที่ใช้บังคับตามข้อ 13
- ฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้
- ใช้บริการในทางผิดกฎหมายหรือกระทบความปลอดภัยของระบบ
22.2 เมื่อบริการสิ้นสุด ลูกค้าอาจไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลในระบบได้ บริษัทอาจกำหนดระยะเวลาให้ลูกค้าดาวน์โหลดหรือส่งออกข้อมูลตามนโยบายของบริษัท
22.3 บริษัทสงวนสิทธิในการลบหรือทำลายข้อมูลตามนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลหลังสิ้นสุดสัญญา ทั้งนี้ ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
23. ข้อจำกัดความรับผิด
23.1 บริษัทไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายทางอ้อม ความเสียหายพิเศษ ความเสียหายเชิงลงโทษ หรือการสูญเสียกำไร รายได้ โอกาสทางธุรกิจ ชื่อเสียง หรือข้อมูล อันเกิดจากหรือเกี่ยวเนื่องกับการใช้บริการ
23.2 ความรับผิดรวมสูงสุดของบริษัท ถ้ามี ไม่ว่าในกรณีใด ๆ จะไม่เกินจำนวนค่าบริการที่ลูกค้าได้ชำระให้บริษัทในช่วง 12 เดือน ก่อนเกิดเหตุที่เป็นมูลเหตุของการเรียกร้อง
24. การชดใช้ค่าเสียหาย
ลูกค้าตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้แก่บริษัทจากการเรียกร้องหรือฟ้องร้องของบุคคลภายนอก อันเกิดจาก (ก) การฝ่าฝืนข้อกำหนดนี้ (ข) การใช้บริการโดยมิชอบ (ค) การละเมิดสิทธิของบุคคลอื่น หรือ (ง) ข้อมูลลูกค้าที่ลูกค้านำเข้าระบบโดยไม่มีสิทธิ
25. การแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อกำหนด
25.1 บริษัทอาจปรับปรุงข้อกำหนดนี้เป็นครั้งคราว โดยประกาศผ่านเว็บไซต์หรือภายในระบบ
25.2 กรณีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มภาระหน้าที่ของลูกค้าอย่างมีสาระสำคัญ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการมอบอำนาจตามข้อ 9 เงื่อนไขเรื่องบัตรตามข้อ 8.3 หรือผลของการค้างชำระตามข้อ 13 บริษัทจะแจ้งให้ลูกค้าทราบล่วงหน้า ผ่านอีเมลที่ลงทะเบียนไว้หรือการแจ้งเตือนภายในระบบ พร้อมระบุวันที่การเปลี่ยนแปลงจะมีผล
25.3 การใช้บริการต่อหลังวันที่มีผลของการแก้ไข ถือว่าลูกค้ายอมรับข้อกำหนดที่แก้ไขแล้ว หากลูกค้าไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง ลูกค้าสามารถยกเลิกได้ตามข้อ 14 ทั้งนี้ ยอดที่ถึงกำหนดชำระแล้วยังคงต้องชำระ
26. การโอนสิทธิและการจ้างช่วง
26.1 ลูกค้าไม่มีสิทธิโอนสิทธิหรือหน้าที่ตามข้อตกลงนี้ให้บุคคลอื่น โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากบริษัท
26.2 บริษัทอาจโอนสิทธิหรือหน้าที่ หรือว่าจ้างผู้รับเหมาช่วงหรือผู้ให้บริการภายนอกเพื่อให้บริการได้ โดยไม่กระทบสิทธิของลูกค้าตามกฎหมาย
27. ความเป็นโมฆะบางส่วน
หากข้อกำหนดใดตกเป็นโมฆะหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ข้อกำหนดส่วนที่เหลือยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไป
28. กฎหมายที่ใช้บังคับและเขตอำนาจศาล
ข้อกำหนดนี้อยู่ภายใต้กฎหมายไทย และให้ศาลไทยเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาข้อพิพาท เว้นแต่คู่สัญญาตกลงเป็นอย่างอื่นเป็นลายลักษณ์อักษร
29. การติดต่อและการแจ้งเตือน
29.1 บริษัทอาจส่งการแจ้งเตือนผ่านอีเมลที่ลูกค้าลงทะเบียนไว้ หรือผ่านการแจ้งเตือนภายในระบบ
29.2 ลูกค้าต้องดูแลให้อีเมลและข้อมูลติดต่อเป็นปัจจุบัน เพื่อรับการแจ้งเตือนเกี่ยวกับบิล การชำระเงิน การเรียกเก็บเงินไม่สำเร็จ การจำกัดการใช้งาน และการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข การแจ้งเตือนที่ส่งไปยังที่อยู่ที่บันทึกไว้มีผลแล้วแม้ลูกค้าจะไม่ได้อ่าน
30. ติดต่อเรา
อีเมล: [email protected]
LINE: @symfysupport
ที่อยู่: 541/1-3 หมู่ 1 ตำบลแม่ขรี อำเภอตะโหมด จังหวัดพัทลุง 93160 ประเทศไทย
เอกสารที่เกี่ยวข้อง: นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล · นโยบายการคืนเงินและ SLA · นโยบายคุกกี้
ประกาศ: การใช้บริการต่อไปถือว่าท่านยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้